การเลือกซื้อแอร์บ้านสักเครื่อง ไม่ใช่แค่มองหาแบรนด์ที่ชอบหรือราคาที่ใช่เท่านั้นครับ เพราะ ประเภทของแอร์ คือหัวใจสำคัญที่จะกำหนดว่าแอร์เครื่องนั้นจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดไฟ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณหรือไม่
วันนี้ เย็นฉ่ำ เซอร์วิส จะพาทุกคนมาเจาะลึกกันครับว่า แอร์บ้านที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีกี่ประเภท แต่ละแบบมีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร และเหมาะกับพื้นที่แบบไหนบ้าง เพื่อให้คุณเลือกแอร์ได้คุ้มค่าและเย็นฉ่ำสบายใจที่สุดครับ
1. แอร์ติดผนัง (Wall Mounted Type)
ประเภทแอร์บ้านที่ยอดนิยมที่สุด พบเห็นได้แทบทุกบ้านด้วยดีไซน์ที่ทันสมัยและขนาดกะทัดรัด
-
ข้อดี: ตัวเครื่องมีดีไซน์สวยงาม ทันสมัย เงียบสนิทขณะทำงาน ดูแลรักษาและล้างแอร์ง่าย มีฟังก์ชันเสริมให้เลือกเยอะ (เช่น ระบบฟอกอากาศ, ระบบอินเวอร์เตอร์ประหยัดไฟ) และราคาจับต้องได้ง่ายที่สุด
-
ข้อเสีย: ไม่เหมาะกับห้องขนาดใหญ่มากๆ หรือห้องที่ต้องการกระจายลมแรงๆ ระยะไกล
-
เหมาะกับพื้นที่แบบไหน: ห้องนอน, ห้องนั่งเล่นขนาดเล็กถึงปานกลาง, คอนโดมิเนียม หรือห้องทำงานส่วนตัว (ขนาดห้องประมาณ 9 - 35 ตร.ม.)
2. แอร์แขวนใต้ฝ้า / แอร์ตั้งพื้น (Ceiling / Floor Type)
แอร์สารพัดประโยชน์ที่เลือกติดตั้งได้ 2 แบบ จะแขวนไว้ใต้ฝ้าเพดาน หรือจะตั้งบนพื้นชิดผนังก็ได้
-
ข้อดี: มอเตอร์และใบพัดมีกำลังสูง ส่งลมเย็นได้แรงและไกลทั่วถึง ทนทานต่อการใช้งานหนัก เหมาะกับห้องที่มีคนอยู่เยอะหรือมีการเปิด-ปิดประตูบ่อย
-
ข้อเสีย: ดีไซน์อาจจะดูเทอะทะ ไม่โมเดิร์นเท่าแอร์ติดผนัง มีเสียงทำงานค่อนข้างดังกว่า และกินพื้นที่ในการติดตั้งมากกว่า
-
เหมาะกับพื้นที่แบบไหน: ร้านค้า, ร้านอาหาร, ออฟฟิศสำนักงาน, ห้องประชุม หรือห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ที่มีเพดานสูง
3. แอร์ฝังฝ้าสี่ทิศทาง (Cassette Type)
แอร์ระดับพรีเมียมที่ตัวเครื่องทั้งหมดจะถูกซ่อนอยู่บนฝ้าเพดานอย่างแนบเนียน เห็นเพียงหน้ากากแอร์สี่เหลี่ยมที่ปล่อยลมออกมา
-
ข้อดี: สวยงาม หรูหรา ไม่ขัดกับดีไซน์ของห้อง กระจายลมเย็นได้รอบทิศทาง 360 องศา (4 ทิศทาง) ทำให้ห้องเย็นทั่วถึงอย่างรวดเร็วและไม่มีลมเป่าโดนตัวโดยตรง
-
ข้อเสีย: ราคาเครื่องและค่าติดตั้งค่อนข้างสูง การดูแลรักษาหรือล้างแอร์มีความซับซ้อนมากกว่า และต้องมีพื้นที่ว่างเหนือฝ้าเพดานเพียงพอสำหรับการติดตั้ง
-
เหมาะกับพื้นที่แบบไหน: ห้องโถงบ้านหรู, คาเฟ่, ร้านอาหารสไตล์มินิมอล/โมเดิร์น หรือห้องที่เน้นความสวยงามด้านอินทีเรียเป็นหลัก
4. แอร์ตู้วางพื้น (Showcase / Floor Standing Type)
แอร์ทรงสูงลักษณะคล้ายตู้เย็น ตั้งวางบนพื้นโดยไม่ต้องยึดเจาะผนังหรือฝ้า
-
ข้อดี: ให้กำลังลมที่แรงมหาศาล ทำความเย็นได้เร็วมากในพื้นที่กว้าง ติดตั้งง่าย ย้ายตำแหน่งสะดวก (เมื่อเทียบกับแอร์ระบบใหญ่ๆ)
-
ข้อเสีย: กินพื้นที่ใช้สอยบนพื้นค่อนข้างมาก ดีไซน์สะดุดตาเกินไป และมีเสียงดังขณะทำงาน
-
เหมาะกับพื้นที่แบบไหน: โชว์รูมสินค้า, ล็อบบี้โรงแรม, โรงอาหาร หรือพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ที่มีคนพลุกพล่าน
5. แอร์เคลื่อนที่ (Portable Type)
แอร์ขนาดเล็กที่ไม่ต้องติดตั้งระบบท่อถาวร แค่เสียบปลั๊กและต่อท่อระบายความร้อนออกทางหน้าต่างก็ใช้งานได้ทันที
-
ข้อดี: ไม่ต้องเจาะผนัง เคลื่อนย้ายไปได้ทุกห้องที่มีปลั๊กไฟ ราคาประหยัด เหมาะกับคนเช่าหอพักหรือบูธกิจกรรมชั่วคราว
-
ข้อเสีย: ขนาด BTU ค่อนข้างต่ำ ทำความเย็นได้เฉพาะจุด (ไม่เย็นฉ่ำทั่วห้อง) กินไฟค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับความเย็นที่ได้ และต้องคอยเทน้ำทิ้ง (ในบางรุ่น)
-
เหมาะกับพื้นที่แบบไหน: หอพักที่ห้ามเจาะผนัง, บูธงานอีเว้นท์, ห้องเช่าชั่วคราว หรือใช้เสริมในจุดที่แอร์หลักส่งไปไม่ถึง
ตารางสรุป : เลือกแอร์ประเภทไหนให้เหมาะกับคุณ?
| ประเภทแอร์ | จุดเด่นหลัก | ระดับราคา | เหมาะกับห้องประเภทไหน |
| ติดผนัง | ดีไซน์สวย, เงียบ, ประหยัดไฟ | เริ่มต้น | ห้องนอน, คอนโด, ห้องนั่งเล่นเล็ก |
| แขวนใต้ฝ้า | ลมแรง, ทนทาน, ส่งลมไกล | ปานกลาง | ร้านค้า, ออฟฟิศ, ห้องโถงกว้าง |
| ฝังฝ้า 4 ทิศทาง | หรูหรา, ซ่อนรูป, เย็นทั่วทิศ | สูง | คาเฟ่, บ้านโมเดิร์น, ห้องรับแขกหรู |
| ตู้วางพื้น | เย็นเร็วสุดๆ ในพื้นที่กว้าง | สูง | โชว์รูม, ล็อบบี้, โรงงาน |
| เคลื่อนที่ | ไม่ต้องเจาะผนัง, ย้ายสะดวก | ประหยัด | หอพัก, บูธกิจกรรม, คนเช่าบ้าน |
การเลือกประเภทแอร์ที่ถูกต้องนอกจากจะช่วยให้บ้านของคุณเย็นสบายแล้ว ยังช่วยประหยัดค่าไฟในระยะยาวและลดปัญหาแอร์ทำงานหนักจนพังไวอีกด้วยครับ
หากคุณยังไม่แน่ใจว่าห้องของคุณเหมาะกับแอร์ประเภทไหน? หรือควรใช้แอร์ขนาดกี่ BTU? ให้ เย็นฉ่ำ เซอร์วิส ช่วยดูแลได้ครับ เราพร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบการติดตั้ง ล้างแอร์ และดูแลระบบทำความเย็นทุกรูปแบบโดยช่างมืออาชีพ
คิดถึงความเย็นฉ่ำ... คิดถึง "เย็นฉ่ำ เซอร์วิส" นะครับ!
คลิกเลย : www.yencham.com/air-installation